จาก Teaching สู่ Mentorship ที่เปลี่ยนชีวิตผู้เรียน

หลักสูตร skill-first ที่พัฒนาอาจารย์ให้เป็น mentor ผู้เดินเคียงข้างผู้เรียน — เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้เรียน และดูแลการเติบโตทั้งวิชาชีพและ wellbeing

เจ้าของหลักสูตร
MHPD (สพพ.) · CPIRD
รูปแบบ
5 โมดูล · 2 assignment ลงมือจริง
ฐานอ้างอิง
AMEE Guides 9 ฉบับ (อ่านเต็ม)
📅 เปิดรับสมัคร 1–31 ตุลาคม 2569 👥 รับ 40 คน / รุ่น ✓ ฟรี สำหรับอาจารย์ศูนย์แพทย์เครือข่าย CPIRD
1
Overview & Mission

ภาพรวม & พันธกิจของหลักสูตร

พันธกิจ: สร้างครูแพทย์ที่เป็น mentor ผู้เดินเคียงข้างผู้เรียน ด้วยความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย (psychological safety) มีขอบเขต และเติบโตเป็นชุมชนการเรียนรู้ (Community of Practice / CoP) ในระยะยาว

EMCE ไม่จบแค่ในห้องเรียน — ผู้เรียนกลับไป mentor นักศึกษาแพทย์จริง 2 คน และสร้าง wellbeing project ที่ใช้ได้จริงในสถาบันของตน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/โค้ชและ buddy ประกบตลอดหลักสูตร

2
Why EMCE

ทำไมหลักสูตรนี้ไม่เหมือนคอร์สอบรมทั่วไป

เรารู้ว่าอาจารย์ทุกท่านสอนเก่งอยู่แล้ว แต่การเป็น mentor — คนที่นักศึกษาไว้ใจในวันที่เขาสับสน ท้อ หรือหลงทาง — เป็นทักษะคนละชุดกับการบรรยายให้ครบ objective

ผู้เรียนจะถูก mentor ในขณะที่ตนเองกำลัง mentor คนอื่น (parallel process)

เครื่องมือเป็นทางเลือก ไม่ใช่สูตรตายตัว

Satir · Enneagram · CBT-awareness · Resilience · PFA · GROW — เรียนให้รู้จัก เข้าใจ และเลือกใช้ตามคนตรงหน้า ไม่ใช่ท่องแล้วใช้ท่าเดียวกับทุกคน

ลงมือกับคนจริง ไม่ใช่เคสสมมติ

2 เคสจริงตลอดหลักสูตร และโปรเจกต์ wellbeing ที่นำไปใช้ได้จริงในหน่วยงานของคุณ — จบแล้วมีผลงานติดมือ ไม่ใช่แค่ใบประกาศ

3
5 Modules · Skill-first

เส้นทาง 5 โมดูล — หนึ่งเครื่องมือหลักต่อหนึ่งโมดูล

แต่ละโมดูลเดินตามลำดับ เข้าใจตัวเอง → เข้าใจผู้เรียน → ใช้จริง และฝึกทักษะพื้นฐานซ้ำต่อเนื่องข้ามโมดูลแบบ spiral

1

รากฐานการเป็น Mentor และการเรียนรู้ที่เปลี่ยนคน

mentor ต่างจากผู้สอนและผู้ประเมินอย่างไร

Transformative Learning + Facilitation
2

เข้าใจตัวเองและกระบวนการเปลี่ยนแปลง

รู้จักโลกภายในก่อนเข้าใจคนอื่น

Satir change model
3

แรงขับ (drive) แรงจูงใจ (motivation) และความต่างของแต่ละคน

อ่านแรงจูงใจของผู้เรียนรายบุคคล

ศาสตร์นพลักษณ์ (Enneagram)
4

ประคับประคองใจ (psychological support) ดูแล Wellbeing และภาวะวิกฤต (crisis)

รู้ว่าเมื่อไรควรรับฟัง เมื่อไรควรส่งต่อ

CBT-awareness + PFA
5

ความเป็นวิชาชีพ ความยืดหยุ่นทางใจ (resilience) และผู้เรียนที่ท้าทาย

รับมืออย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมกรอบ remediation

Remediation + GROW coaching
เส้นทางในทุกโมดูล: เข้าใจตัวเอง → เข้าใจผู้เรียน → ใช้จริง
✦
Design Rationale

เบื้องหลังแต่ละโมดูล — เราหยิบแนวคิดอะไรมาใช้บ้าง

เราไม่ได้ออกแบบหลักสูตรนี้ขึ้นมาลอย ๆ ทุกโมดูลมีที่มาที่ไป ทั้งจากทฤษฎีด้านแพทยศาสตรศึกษา แนวคิดเรื่องการเป็น mentor และคู่มือ AMEE ที่เป็นมาตรฐานสากล ด้านล่างนี้คือเบื้องหลังของแต่ละโมดูล เล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าเราหยิบอะไรมาใช้ และทำไม

M1

รากฐานการเป็น Mentor และการเรียนรู้ที่เปลี่ยนคน

โมดูลแรกเราอยากให้คุณเห็นภาพก่อนว่า “การเป็น mentor” ไม่เหมือนการเป็นผู้สอนหรือผู้ประเมิน (assessor) — mentor คือคนที่เดินไปข้าง ๆ ช่วยให้ผู้เรียนค่อย ๆ เติบโตจากภายใน เราจึงเริ่มด้วยแนวคิด Transformative Learning ของ Mezirow ที่บอกว่าคนเราจะเปลี่ยนมุมมองได้จริงเมื่อได้เจอสถานการณ์ที่สั่นความเชื่อเดิม แล้วมีคนช่วยตั้งคำถามให้ทบทวน นั่นแหละคือหัวใจของการ facilitate จากนั้นเราวางเข็มทิศให้คุณผ่านแนวคิด support–challenge ของ Daloz (ประคองมากไปก็ไม่โต ท้าทายมากไปก็ท้อ ต้องบาลานซ์) และ “4 จุดยืนของ mentor” เพื่อให้รู้ว่าจังหวะไหนควรเป็นผู้เอื้อ ผู้โค้ช ผู้สังเกต หรือแบบอย่าง

ทฤษฎีTransformative Learning (Mezirow) · Facilitation MentorDaloz support–challenge · 4 mentor positions · mentor “off-line” AMEE167 · 20 · 104
M2

เข้าใจตัวเองและกระบวนการเปลี่ยนแปลง

ก่อนจะดูแลใจคนอื่นได้ดี เราต้องรู้จักใจตัวเองก่อน โมดูลนี้จึงชวนคุณสำรวจโลกภายในของตัวเองผ่านแนวคิดของ Satir ที่มองว่าสิ่งที่เราแสดงออกเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง ข้างใต้ยังมีความรู้สึก ความคาดหวัง และความเชื่อซ่อนอยู่ พอเราเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เราจะอยู่กับความปั่นป่วนของผู้เรียนได้อย่างมั่นคงขึ้น อีกเครื่องมือที่เราใช้คือ Johari window ที่ช่วยให้เห็น “จุดบอด” ของตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการรับและให้ feedback อย่างเปิดใจ

ทฤษฎีReflective practice · Johari window Mentorself-awareness — ใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือ (Personal Interpretive Framework) AMEE133 · 167 · 132
M3

แรงขับ แรงจูงใจ และความต่างของแต่ละคน

คนแต่ละคนขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจไม่เหมือนกัน สิ่งที่จุดไฟให้คนหนึ่งอาจทำให้อีกคนเครียด โมดูลนี้จึงให้คุณเข้าใจ “แรงขับ” ของผู้เรียนแต่ละแบบ โดยมีศาสตร์นพลักษณ์ (Enneagram) เป็นเครื่องมือช่วยอ่านความต่าง แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังจริง ๆ คือทฤษฎีแรงจูงใจ Self-Determination Theory ที่บอกว่าคนเราจะมีไฟในตัวเมื่อรู้สึกว่า “ทำได้” (competence) มี “อิสระในการเลือก” (autonomy) และรู้สึก “เชื่อมโยงกับคนอื่น” (relatedness) พอเข้าใจตรงนี้ คุณจะปรับวิธี mentor ให้เข้ากับคนตรงหน้าได้ แทนที่จะใช้สูตรเดียวกับทุกคน

ทฤษฎีSelf-Determination Theory (แรงจูงใจ) Mentorอ่านความต่าง + ปรับตามคน (tool-flexibility) · mentee agency AMEE167 · 133
M4

ประคับประคองใจ ดูแล Wellbeing และภาวะวิกฤต

งาน mentor มักมาพร้อมช่วงเวลาที่ผู้เรียนเปราะบาง โมดูลนี้เตรียมคุณให้ “รู้ว่าเมื่อไรควรรับฟัง และเมื่อไรควรส่งต่อ” เราหยิบแนวคิด CBT ในระดับตระหนักรู้ (ไม่ใช่ให้คุณไปทำจิตบำบัด) และ Psychological First Aid มาใช้ เพื่อให้คุณประคับประคองใจเบื้องต้นได้อย่างปลอดภัย หัวใจสำคัญคือ “เส้นขอบเขต” (scope & boundary) — mentor ไม่ใช่นักบำบัด และการดูแลตัวเองของ mentor เองก็สำคัญไม่แพ้กัน (AMEE เตือนเรื่อง emotional burden และ burnout ไว้ชัดเจน) เราจึงฝึกให้คุณมีระบบส่งต่อ (referral) ที่เชื่อมกับจิตแพทย์ประจำศูนย์ และเข้าใจ “ระดับการดูแล” (levels of supervision) ว่าเรื่องไหนดูเองได้ เรื่องไหนต้องมีมืออาชีพ

ทฤษฎีrecognize–support–refer · wellbeing · CBT-awareness + PFA Mentorboundaries (mentor ≠ therapist) · self-care · ระบบส่งต่อ AMEE167 (Table 2) · 27 · 104
M5

ความเป็นวิชาชีพ ความยืดหยุ่น และผู้เรียนที่ท้าทาย

โมดูลสุดท้ายคือของจริงที่ท้าทายที่สุด — เมื่อต้องคุยเรื่องยาก รับมือผู้เรียนที่มีปัญหา หรือช่วยคนที่กำลังไปไม่รอด เราให้กรอบ remediation และการโค้ชแบบ GROW เพื่อให้บทสนทนายาก ๆ ยังคงสร้างสรรค์และรักษาศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย ทักษะ feedback ตรงนี้เราไม่ปล่อยให้เดาเอง แต่ใช้โมเดล R2C2 ที่เริ่มจากความสัมพันธ์ก่อน แล้วค่อยเข้าเนื้อหา และปิดด้วยการวางแผนพัฒนา และเพราะงานนี้กินใจ เราจึงใส่เรื่อง resilience กับแนวคิด Appreciative Inquiry (มองจุดแข็งเป็นตัวตั้ง) ไว้ด้วย รวมถึง “ทางออกอย่างมีศักดิ์ศรี” สำหรับกรณีที่ผู้เรียนอาจไม่เหมาะกับเส้นทางนี้จริง ๆ

ทฤษฎีProfessionalism · Remediation · Resilience MentorR2C2 feedback · GROW coaching · Appreciative Inquiry AMEE133 · 27 · 132 · 20

และตลอดทั้ง 5 โมดูล มีเส้นที่ร้อยไว้เสมอ — ทักษะพื้นฐาน (ฟัง ถาม สะท้อน) ที่ฝึกซ้ำจนคล่อง, การได้ลงมือ mentor เด็กจริงโดยมีโค้ชและ buddy อยู่ข้าง ๆ (parallel process) และการเติบโตร่วมกันเป็นชุมชนการเรียนรู้ (CoP)

▤
Module Details

รายละเอียดรายโมดูล — วัตถุประสงค์ & เนื้อหา

แต่ละโมดูลออกแบบให้ “จบแล้วทำได้จริง” — ด้านซ้ายคือสิ่งที่คุณจะทำได้ ด้านขวาคือเนื้อหาและเวิร์กช็อปที่จะได้ลงมือ

M1

Foundation of Mentorship & Transformative Learning

วางรากฐานว่า mentor คือใคร และเรียนศิลปะการออกแบบพื้นที่ที่ทำให้คน “เปลี่ยนจากภายใน” ได้จริง

Mezirow TL + Facilitation

วัตถุประสงค์ — จบแล้วคุณจะ

  • วางตำแหน่งบทบาทตัวเองได้ชัด (mentor / facilitator / advisor / supervisor)
  • ประยุกต์หลัก learner-centered & lifelong learning ในการดูแลผู้เรียน
  • ใช้หลัก Transformative Learning (Mezirow) และ Facilitation เป็นฐานออกแบบการเรียนรู้
  • มีทักษะ mentor พื้นฐาน: presence, self-awareness, rapport & psychological safety, active listening, questioning, reflection & feedback, contracting/goal setting
  • ออกแบบ “ห้องเรียนเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ได้

เนื้อหา & เวิร์กช็อป

  • Conceptual positioning ของ mentorship
  • Principles of Transformative Learning + Facilitation
  • ทักษะ mentor: attending, dialogue, active listening, questioning, reflection/feedback, authentic relationship, contracting
  • TL classroom design: trigger/dilemma, safe container & ground rules, sequencing, การจัด “groan zone”, debrief, reintegration & closure, cautions (manipulation/re-traumatization/cultural)
  • ประยุกต์ TL ในการสอน · กิจกรรม · การให้คำปรึกษา · การประชุม
อ้างอิง AMEE 167 · 20 · 104
M2

Self-understanding & Change Process Model

รู้จักใจตัวเองให้ลึกพอที่จะอยู่กับความปั่นป่วนของผู้เรียนได้อย่างมั่นคง

Satir change model

วัตถุประสงค์ — จบแล้วคุณจะ

  • เป็น mentor ที่ “เท่าทันตนเอง” (self-awareness · self-reflection · self-discovery)
  • เข้าใจ Satir change process model และ coping stances ของ mentor
  • รู้ scope & boundary (mentor ≠ therapist) และ referral pathway
  • เข้าใจและ normalize ภาวะ chaos ที่ผู้เรียนเผชิญระหว่างเติบโต
  • สื่อสารอย่างสอดคล้อง (congruent) และใช้ resources ของ mentee เพื่อการเปลี่ยนแปลง

เนื้อหา & เวิร์กช็อป (Satir)

  • Grounding · self-exploration · self-awareness
  • Iceberg mapping · stance-to-resource reframe
  • Congruent & empathic communication
  • ค้นหาแรงขับเบื้องหลังพฤติกรรม + ใช้ mentee’s resources
อ้างอิง AMEE 133 · 167 · 132
M3

Understanding Individual Drive, Motivation & Differences

อ่านแรงขับของคนแต่ละแบบ แล้วปรับวิธีดูแลให้พอดีกับคนตรงหน้า

ศาสตร์นพลักษณ์ (Enneagram)

วัตถุประสงค์ — จบแล้วคุณจะ

  • เข้าใจแรงขับ · จุดแข็ง-จุดอ่อนของตัว mentor เอง
  • เข้าใจความต่างระหว่างบุคคล และเลือกวิธีสื่อสารให้เหมาะ (DISC / สัตว์สี่ทิศ / นพลักษณ์ / MBTI / StrengthsFinder)
  • อ่านจุดแข็ง-จุดอ่อนของ mentee ผ่านศาสตร์นพลักษณ์
  • ออกแบบแผนพัฒนา/ดูแลผู้เรียนเฉพาะราย (growth path)

เนื้อหา & เวิร์กช็อป (นพลักษณ์)

  • type identification · bias mapping · type-informed feedback · growth-path mentoring plan
  • ปรับการสื่อสาร/สร้างแรงจูงใจตามความต่าง
  • ดูแลผู้เรียนที่ “ดูจัดการยาก” ด้วยความเข้าใจแรงขับ แทนการตัดสิน
  • ข้อพึงระวัง: ขอบเขต · ข้อจำกัด · ลดการตีตรา
อ้างอิง AMEE 167 · 133
M4

Psychological Support, Wellbeing & Crisis Response

รู้ว่าเมื่อไรรับฟังเองได้ เมื่อไรต้องส่งต่อ — และดูแลใจตัวเองไปพร้อมกัน

CBT-awareness + PFA

วัตถุประสงค์ — จบแล้วคุณจะ

  • เข้าใจ distress ที่พบบ่อยในผู้เรียนแพทย์ (burnout · academic distress · anxiety/depression เบื้องต้น · สัญญาณเตือน) และปัจจัยเชิงระบบ
  • รู้บทบาทและข้อจำกัด (scope & boundary)
  • ดูแล wellbeing และรู้เท่าทัน burnout ของตัวเอง (CBT self-help · self-care · grounding)
  • ทำ recognize–support–refer ได้: แยกระดับ distress (ปกติ → ประคับประคอง → ส่งต่อทันที/red flag), support ด้วย CBT-awareness + PFA, refer ผ่าน warm handoff

เนื้อหา & เวิร์กช็อป

  • self burnout check + CBT self-help mapping (thoughts–feelings–behaviors)
  • supportive conversation & PFA role-play
  • referral role-play (warm handoff) + เปิดบทสนทนา red-flag
  • ประยุกต์: ดูแลผู้เรียน burnout/distress จริง + รับมือวิกฤต (PFA)
อ้างอิง AMEE 167 (Table 2) · 27 · 104
M5

Professionalism, Resilience & Difficult Learners & Remediation

รับมือบทสนทนายากและผู้เรียนที่ท้าทาย อย่างเป็นระบบและมีศักดิ์ศรี

Remediation + GROW

วัตถุประสงค์ — จบแล้วคุณจะ

  • เข้าใจ professionalism และวางตนอย่างมืออาชีพ (boundary · dual relationship · power differential · ethics: fairness/due process/confidentiality)
  • เท่าทันปฏิกิริยาของตัวเอง — แยก “ปัญหาที่ตัวผู้เรียน” ออกจาก “สิ่งที่ trigger เรา”
  • จำแนกปัญหาผู้เรียน 4 แกน (Academic · Psychomotor · Attitude/Professionalism · Mental) แล้วเลือก recognize–support–refer
  • ใช้ remediation อย่างเป็นระบบ (ระบุปัญหาจากหลักฐาน → ตั้งเป้า → วางแผน → ติดตาม → ประเมินซ้ำ) + GROW + Appreciative Inquiry + documentation/due process

เนื้อหา & เวิร์กช็อป

  • problem-type triage (จำแนก 4 ชนิดจากกรณีศึกษา)
  • difficult conversation / feedback ในสถานการณ์ท้าทาย
  • coaching a difficult learner (GROW) role-play
  • remediation plan design
อ้างอิง AMEE 133 · 27 · 132 · 20
✦
Outcomes

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้กลับไป

ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือวิธีเป็นครูแบบใหม่ที่นำไปใช้ได้จริงตั้งแต่วันแรกหลังจบ

ความมั่นใจกับสถานการณ์ยาก

คุยกับนักศึกษาที่ท้อ เครียด หรือกำลังหลงทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ทักษะ feedback ที่เปลี่ยนคน

ให้ feedback ที่ผู้เรียนอยากฟังและนำไปพัฒนาต่อได้จริง

ผลงาน wellbeing ที่ใช้ได้จริง

โปรเจกต์ที่นำไปใช้ในหน่วยงานของคุณเองได้ทันที

เครือข่ายที่อยู่ต่อหลังจบ

เพื่อนร่วมรุ่นและชุมชนครูแพทย์ (CoP) ที่เดินไปด้วยกันระยะยาว

✦
Evidence-based Strengths

จุดแข็งที่พิสูจน์ได้

องค์ประกอบเหล่านี้คือ best practice ที่งานวิชาการ (literature) ของ AMEE ยืนยัน แต่หลักสูตร faculty development ส่วนใหญ่ขาด — EMCE มีครบ

วัดผลถึงพฤติกรรมและระบบได้ในตัว

การ mentor เด็กจริง 2 เคสเป็นหลักฐานการเปลี่ยนพฤติกรรม (behavior change) ระดับ 3 (Kirkpatrick Level 3) และ wellbeing project ที่ใช้จริงเป็นผลระดับระบบ ระดับ 4 (Kirkpatrick Level 4)

AMEE 33 · 133

มีระบบสนับสนุนครบชั้น

อาจารย์ที่ปรึกษาและโค้ชเป็น safety net ตอนลงเคสจริง และ buddy เป็น peer support

AMEE 27 · 30 · 104

Parallel process — สอนในแบบที่มันควรเป็น

ถูก mentor ในขณะที่กำลัง mentor เด็กจริง จึงเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง

AMEE 167 · 132

ออกแบบเพื่อเติบโตเป็น CoP

วางให้ต่อยอดเป็นชุมชนการเรียนรู้ระยะยาว ซึ่งหล่อหลอม identity ของครูแพทย์ (PIF)

AMEE 132 · 167
→
Explore

อยากรู้เพิ่ม — ตารางเรียน หลักฐานอ้างอิง และคำถามที่พบบ่อย

ถ้าคุณเคยอยากเป็นครูที่มากกว่าคนสอนหนังสือ นี่คือที่ของคุณ

รับจำนวนจำกัด 40 คน / รุ่น เพราะทุกคนต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาประกบจริง — เปิดรับสมัคร 1–31 ตุลาคม 2569 · ฟรี สำหรับอาจารย์ศูนย์แพทย์เครือข่าย CPIRD

📅 1–31 ต.ค. 2569 👥 40 คน / รุ่น ✓ ไม่มีค่าใช้จ่าย
สมัครเข้าร่วมอบรม